Home Sign In  = 0  
www.matichonbook.com

รุกสยาม ในพระนามของพระเจ้า

เรื่องโดยย่อ
ประวัติผู้เขียนและผู้แปล
ภาพบรรยกาศงานเปิดตัวหนังสือ

เรื่องโดยย่อ
นวนิยายที่ฟื้นประวัติศาสตร์ให้กลับมีชีวิตได้อย่างสมจริงที่สุด

ชวนหัว ยั่วล้อ อุดมด้วยเล่ห์กลการเมืองสุดแสบสันต์

ซุกซ่อนความสนุกทุกซอกบรรทัด

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสส่งคณะราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

โดยแฝงวัตถุประสงค์ในการเผยแผ่ ศาสนา

แสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า และการทหาร

เผยกลการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนโยบายการทูต

ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็จะเอาด้วยกล

แต่การณ์กลับไม่ง่าย

เมื่อต้องผจญกับ “ วัฒนธรรมชาติ ” ในแบบเฉพาะของชาวสยาม

ท่ามกลางบรรยากาศร้อนชื้น ฝูงยุงบุกประชิดจู่โจม

การศึกครั้งนี้ ช่างใหญ่หลวงนัก...

อีกทั้ง

การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างฟอลคอน เสนาบดีกรีก และพระเพทราชา ท่านทูตโกษาปาน ผู้นำขบวนแถวขุนนางไทย

นี่คือ นวนิยายระดับเหนือชั้นที่จะทำให้มุมมองต่อประวัติศาสตร์ของคุณเปลี่ยนไป !

ประวัติผู้เขียนและผู้แปล

Morgan Sportès

มอร์กาน สปอร์แตซเป็นคนเชื้อสายฝรั่งเศส เกิดที่เมืองอัลเฌ่เมื่อปี ค.ศ. 1947 หลังจากประเทศอัลจีเรียประกาศเอกราชในปี ค.ศ. 1963 ก็เดินทางเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสนับแต่นั้นมา

ประสบการณ์ชีวิตวัยเด็กในช่วงสงครามอัลจีเรียนั้น มอร์กาน สปอร์แตซนำมาถ่ายทอดไว้ในงานนวนิยายเรื่อง Outremer (สำนักพิมพ์Grasset ,ค.ศ.1989) เขาจบการศึกษาระดับปริญญาสาขาวรรณกรรมและประวัติศาสตร์จากซอร์บอนนด์ ขณะเกิดการเคลื่อนไหวประท้วงครั้งใหญ่ของนักศึกษา กรรมกรและฝ่ายซ้ายที่ปารีสในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 เขาเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ และได้ตั้งคำถามกับขบวนการฝ่ายซ้ายฝรั่งเศสในครั้งนั้น ดังปรากฏในงานนวนิยายเล่มล่าสุดเรื่อง Maos ( สำนักพิมพ์ Grasset ) ที่กำลังจะวางตลาดในเดือนกันยายน และคาดว่าน่าจะได้รับการคัดสรรให้เข้ารอบประกวดรางวัลวรรณกรรมประจำชาติของปี

ในปี ค.ศ.1973 เมื่ออายุ 26 ปี มอร์กาน สปอร์แตซได้สัมผัสสัมพันธ์กับซีกโลกตะวันออกเป็นครั้งแรกโดยเดินทางมาเมืองไทย ในตำแหน่งอาสาสมัครของรัฐบาลฝรั่งเศส ทำงานในตำแหน่งอาจารย์สอนภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะนั้นเป็นช่วงสงครามเวียดนามและกรุงเทพฯก็ยังไม่เป็นที่รู้จักกันดีนักสำหรับนักท่องเที่ยวฝรั่ง ประสบการณ์การผจญภัยทางอารมณ์ วัฒนธรรมและการเมืองครั้งนั้นเป็นที่มาของนวนิยายเล่มแรกในชีวิต ในชื่อว่า Siam ( สำนักพิมพ์ Seuil, ค.ศ. 1982)

หลังจากใช้ชีวิตเป็นนักเดินทาง และนักหนังสือพิมพ์อยู่ชั่วระยะหนึ่ง มอร์กาน สปอร์แตซหันมายึดอาชีพนักเขียนเป็นการถาวร เขาเขียนถึงชีวิตวัยรุ่นฝรั่งเศสที่ตกเป็นเหยื่อของสังคมแห่งการบริโภคและปัญหาที่เกิดขึ้นไว้ในหนังสือเรื่อง L’Appât ซึ่งแบร์ทร็องด์ ตาแวร์นิเยร์ ผู้กำกับมือดีของฝรั่งเศสนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ได้รับรางวัลหมีทองคำจากเทศกาลหนังที่เบอร์ลิน ต่อจากนั้น ก็เริ่มสนใจศึกษาค้นคว้าหลักฐานจดหมายเหตุว่าด้วยความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 เดินทางกลับมาสำรวจฉากจริง และย้อนกลับมาเขียนถึงสยามประเทศ (อีกครั้ง)ในสมัยพระนารายณ์ ในนวนิยายที่ให้ชื่อว่า Pour la plus grande gloire de Dieu (สำนักพิมพ์ Seuil) ในปี 1993

จนถึงปัจจุบัน มอร์กาน สปอร์แตซเขียนนิยายไว้ 15 เล่ม สองเล่มสุดท้ายที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในวงการหนังสือของฝรั่งเศส คือเรื่อง Rue du Japon (สำนักพิมพ์ Seuil, 1999) ว่าด้วยชีวิตรักกับสาวญี่ปุ่นซึ่งนักเขียนได้ไปใช้ชีวิตอยู่หนึ่งปี และเล่มก่อนสุดท้าย คือเรื่อง L’insensé (สำนักพิมพ์ Grasset, 2002) กล่าวถึงชีวิตของสปายสายลับสตาลินที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นวนิยายเล่มนี้ได้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลวรรณกรรมก็องกูรต์ อันเป็นรางวัลสำคัญระดับชาติ

มอร์กาน สปอร์แตซ ใช้เวลาในการศึกษาผู้คน วิถีชีวิต และความเป็นไปของโลก สำหรับเขา งานเขียนหนังสือคืองานที่สะท้อนความปรารถนาในการที่จะมีชีวิตอยู่

อาจารย์กรรณิกา จรรย์แสง

ปัจจุบันเป็นครูสอนภาษาและวรรณคดีฝรั่งเสศที่ภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทับแก้ว จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญยาเอกทางวรรณคดีฝรั่งเศสและวรรณคดีเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยปารีส 7 โดยเสนอวิทยานินธ์ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับสังคม, การดำเนิดนวนิยายและคนชั้นกลางในประวัติพัฒนาการนวนิยายของไทย

เริ่มทำงานด้านวรรณกรรมพร้อมๆ กับงานสอนหนังสือ โดยแปลงานวรรณกรรมจากประเทศโลกที่สาม (สัญญาเลือด, รวมเรื่องสั้นจากลาตินอเมริกา) และงานวรรณกรรมฝรั่งเศสร่วมสมัย (บทละครเรื่อง “ แรด ” ของอิโนเนสโก และเรื่องสั้นของอัลแบร์ กามู) รวมทั้งเขียนบทความทางด้านวรรณกรรมวิจารณ์ลงในวารสารต่างๆ เป็นครั้งคราว

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สนใจศึกษาเรื่องไทยโดยค้นคว้าวิจัยจากเอกสารหลักฐานของฝรั่งเศส (สถานภาพเอกสารด้านฝรั่งเศส-ไทยศึกษาในประเทศไทยจนถึงปี พ.ศ.2536) เป็นบรรณาธิการร่วมชุดหนังสือว่าด้วยนักวิชาการฝรั่งเศสและไทยศึกษา ( ยอร์ช เซเดส์กับไทยศึกษา และโรแบรต์ แล็งกาต์กับไทยศึกษา )

“ รุกสยาม ในพระนามของพระเจ้า ” เป็นงานแปลนวนิยายฝรั่งเศสเรื่องแรกและยาวที่สุดในชีวิต

 

ภาพจากงานเปิดตัวหนังสือ "รุกสยาม ในพระนามของพระเจ้า"

คลิกเพื่อสั่งซื้อหนังสือ


E-mail : matichonbook@matichon.co.th
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved. Design by Matichon Information Center.