ชุด วิถีแห่งอำนาจ

ชื่อผู้แต่ง : เสถียร จันทิมาธร
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์มติชน

เป็นคนแรกที่วิจารณ์สินค้านี้

สมัครการแจ้งเตือนราคา

หนังสือคงเหลือ : มีหนังสือ

ราคาปก: 1,700.00 บาท

ราคาขาย : 1,200.00 บาท

หรือ

รายละเอียด

ชุด วิถีแห่งอำนาจ
- วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
- วิถีแห่งอำนาจ โจโฉ
- วิถีแห่งอำนาจ เจงกิสข่าน
- วิถีแห่งอำนาจ บูเช็กเทียน
- วิถีแห่งอำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง
- วิถีแห่งอำนาจ สุมาอี้
- วิถีแห่งอำนาจซูสีไทเฮา

ชุด วิถีแห่งอำนาจ

Double click on above image to view full picture

Zoom Out
Zoom In

มุมมองเพิ่มเติม

รายละเอียด

ชุด วิถีแห่งอำนาจ
1. วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน
อนิจจังทาง “ความคิด” อนิจจังทาง “การเมือง” กรณีของลกซุนก็เช่นเดียวกับกรณีของสุมาอี้ นั่นก็คือ เป็น คนที่มากด้วยความสามารถ มากด้วยความฉลาดเฉลียว แต่ถูก “มองข้าม” หากศึกษาเส้นทางชีวิตของ ๒ คนนี้อย่างละเอียดจะเห็นได้ว่า สภาพของการถูก “มองข้าม” มาจากปัจจัย ๒ ส่วนประกอบเข้าด้วยกัน ๑ จากความเป็นจริงในทาง “ประวัติศาสตร์” สุมาอี้อาจจะมาจากความเป็นจริงที่โดยตัวสุมาอี้ซึ่งมาจากตระกูล ใหญใ่นนครหลวง เติบโตมาด้วยขนบแห่งสำนักหยู รังเกียจคนทีสละละทิ้ง ศักดิ์ศรีกระทั่งยินยอมเป็นลูกเลี้ยงของขันที นี่คือการชิงชังในเชิง “เพศสภาพ” อย่าง ๑ ลกซุนก็ดุจเดียวกับสุมาอี้ เพราะเกิดในตระกูลใหญ่ของแคว้นกังตั๋ง แต่ที่ถูกบดบังเพราะอยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่จำนวนมาก เริ่มจากจิวยี่ ตามมาด้วยโลซก กระทั่งถึงลิบอง

2. วิถีแห่งอำนาจ โจโฉ นับจากเรื่องราวอันเป็นพงศาวดาร เรียบเรียงอย่างเพริดแพร้วไปด้วยวรรณศิลป์ของล่อกวนตงนับแต่สมัยราชวงศ์หมิง “สามก๊ก” ถือเป็นพงศาวดารอันดับหนึ่งของจีนที่หาใช่แค่เรื่องบู๊ล้างผลาญ หากแต่เต็มไปด้วยหลักเหลี่ยม ข้อคิด หลากร้อยกลยุทธ์ทั้งทางด้านการเมืองและการทหาร ทว่าตัวละครที่โดดเด่นในทางกังฉินหรือขุนนางฝ่ายเผด็จการ ทรราชที่แอบอ้างราชสำนักเพื่อกระทำการย่ำยีขุนนางด้วยกัน เห็นจะไม่พ้นบุรุษผู้ทรนงในนาม “โจโฉ” ด้วย “โจโฉ” นั้น นักอ่านสายวรรณคดีจะรู้จักเขาในฐานะขุนนางและนายทหารที่อุดมไปด้วยอำนาจราชศักดิ์ กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองแตกแยกกลายเป็นกลุ่มก๊ก แต่หากสืบค้นในทางประวัติศาสตร์ในทุกมิติ ทุกประเด็น กลับพบว่าโจโฉผู้นี้ แม้ไม่อาจปฏิเสธต่ออำนาจอันเหลือล้น ทว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคือคนชั้นล่างที่ไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจอย่างมีความมุ่งหมาย เมื่อล้มกลุ่มขุนนางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อราชสำนักได้ก็บริหารบ้านเมืองอย่างสุดความสามารถ กระทั่งได้เป็นนักการเมือง-การทหารที่บริหารบ้านเมืองเก่งฉกาจ เป็นเจ้านายที่รักลูกน้องและบริหารบ้านเมืองเป็นเยี่ยม “เสถียร จันทิมาธร” นักวรรณกรรมไทยและต่างประเทศที่ศึกษาเรื่องราวของสามก๊กเป็นพิเศษ จึงให้ความสำคัญแก่โจโฉในมุมมองที่ “คิดต่าง” ไปจากสื่อกระแสหลัก หนังสือ “วิถีแห่งอำนาจ โจโฉ” เล่มนี้ จึงหาใช่ประวัติศาสตร์พื้นเพธรรมดา ทว่าได้หยิบยกตัวอย่างที่น่าสนใจจากบทบันทึกและหนังสือเล่มต่างๆ นับจากหลากหลายคัมภีร์กลยุทธ์ จนถึงงานวรรณกรรมของล่อกวนตงในสมัยราชวงศ์หมิง โดยพิเคราะห์อย่างมีตรรกะเพื่อหาข้อสรุปจากความเป็นจริงอย่างใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง เพื่อขับเน้นภาพลักษณ์ของ “โจโฉ” ให้โดดเด่นในฐานะบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่มิใช่เพียงแค่เรื่องสามก๊ก แต่โดดเด่นในฐานะ “รัฐบุรุษ” ในประวัติศาสตร์อารยธรรมจีนซึ่งทรงความหมายและยิ่งใหญ่ตราบจนทุกวันนี้

3. วิถีแห่งอำนาจ เจงกิสข่าน ถ้าใครจะกล่าวถึงอาณัติดินแดนที่มีขอบเขตกว้างไกลและแข็งแกร่งที่สุดในโลกมาก่อน “อาณาจักรมองโกล” ย่อมเป็นคำตอบเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่ในรอยจารึกทางประวัติศาสตร์ และถ้าจะถามว่า เหตุใดอาณาจักรมองโกลจึงขยายแว่นแคว้นราวกับมีพลังอำนาจไม่สุดสิ้น คำตอบนั้นซุกซ่อนอยู่ในหนังสือ “วิถีแห่งอำนาจ เจงกิสข่าน” ของ “เสถียร จันทิมาธร” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเพราะรวมคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ภายใต้ชื่อคอลัมน์เดียวกับหนังสือเล่มนี้ ได้กล่าวถึง “เจงกิสข่าน” หรือ “เตมูยิน” บุรุษนักรบเดนตายแห่งชนเผ่ามองโกลที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดนับแต่บิดาของเขาถูกชนเผ่าที่อยู่ขั้วตรงข้ามสังหาร แม้จะมีเพื่อนรักที่สนิทสนมกันมานาน แต่สุดท้ายวิกฤตร้ายแรงที่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่รุ่นบิดาก็หวนมาเล่นงานเขา อีกทั้งเพื่อนรักคนเดียวนั้นก็ยังเข้าข้างศัตรู เล่นงานเตมูยินเสียจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่สุดท้าย เตมูยินก็ได้เรียนรู้ภายหลังการทำสงครามเพื่อการเอาตัวรอดว่า “การเปลี่ยนแปลง” เท่านั้นที่จะทำให้ชนเผ่าดิบเถื่อนอย่างพวกเขาเติบโตมาขึ้นได้ เขาจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงนับแต่แนวคิดในการรบ เรียนรู้ด้วยตนเองตั้งแต่การล่าสัตว์ ก็เลี้ยงสัตว์ จากการเก็บผักหญ้า ก็ปลูกพืชทำไร่ จนทำให้ชนเผ่าของเขามี “อารยะ” ขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก และเมื่อผนวกกับความรู้ที่ได้จากพ่อค้าที่ดินเท้าผ่านมาหลายกลุ่ม จึงทำให้เขารับรู้สถานการณ์รอบดินแดนของตน ก่อนจะขยับขยายอาณาจักรของตนเองอย่างกว้างไกล กลายเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในยุคของกุปไลข่าน นับเป็นหนังสือที่เปิดเผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของสามัญชน ว่าหากลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ย่อมมีพลังมากขึ้นมหาศาลอย่างแน่นอน

4. วิถีแห่งอำนาจ บูเช็กเทียน ในช่วงราชวงศ์สุย รอยต่อราชวงศ์ถัง ได้มีครอบครัวพ่อค้าครอบครัวหนึ่งให้กำเนิดบุตรสาวในชื่อ “เม่ยเหนียง” เธอเป็นเด็กสาวสวยน่ารัก แต่ก็แฝงไว้ซึ่งบุคลิกแบบผู้มีอำนาจ จนทำให้เม่ยเหนียงเป็นที่จับตาของคนในวัง เธอได้นำตัวเข้าวังไปตอนอายุ 14 ปี เพื่อเป็น “ไฉ่เหยิน” หรือสนมระดับล่างเพื่อรับใช้พระเจ้าถังไท่จง ถังไท่จงรับรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ของเม่ยเหนียงมาพอสมควร จึงพยายามไม่ให้เธอก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ แต่ก่อนที่ถังไท่จงจะสวรรคต เม่ยเหนียงก็ได้หว่านเสน่ห์รัชทายาท “ถังเกาจง” จนเป็นที่โปรดปราน แต่ด้วยธรรมเนียมจีนที่ระบุว่าเมื่อฮ่องเต้สวรรคต นางในทุกคนต้องไปบวชชี เม่ยเหนียงจึงต้องทำตาม กระนั้นรสพิศวาสระหว่างเม่ยเหนียงกับถังเกาจงก็ยังไม่จางหาย ผลักดันให้เม่ยเหนียงตั้งท้องทั้งที่ยังบวชเป็นชี ประกอบกับฮองเฮาในวังกับพระสนมอีกคนมีเรื่องระหองระแหงกัน ฮองเฮาจึงดึงเม่ยเหนียงกลับเข้ามาในวังด้วยหวังจะกำจัดพระสนมคนนั้นให้พ้นทาง แต่เมื่อเม่ยเหนียงกำจัดสนมคนนั้นตามแผนของฮองเฮาได้สำเร็จ เธอก็กลับหวนมาจัดการฮองเฮาด้วยการใส่ร้ายว่าฮองเฮาฆ่าลูกสาวของเธอ จึงทำให้ถังเกาจงโกรธแค้นยิ่งนัก ภายหลังกำจัดทั้งฮองเฮาและสนมคนสนิทไปแล้ว เม่ยเหนียงก็กำจัดศัตรูทางการเมืองตามลำดับ เหตุการณ์นี้คู่ขนานไปพร้อมกับสุขภาพที่ทรุดโทรมของถังเกาจง ตรงข้ามกับอำนาจของเม่ยเหนียงที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายเมื่อถังเกาจงสวรรคต แม้จะมีรัชทายาทขึ้นมาสานอำนาจต่อ แต่เม่ยเหนียงก็ถือสิทธิยึดอำนาจ และสถานปนาเป็น “บูเช็กเทียน” ได้ในที่สุด กระบวนการไต่เต้าอำนายของบูเช็กเทียนค่อนข้างเป็นไปอย่างเหี้ยมโหด เลือดเย็น แต่เมื่อหลายปีผ่านไป พระนางบูเช็กเทียนกลับให้ความสำคัญกับการปกครองอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งเธอได้นำขุนนางตงฉินเข้ามาบริหารเป็นจำนวนมาก แม้แต่ “ตี๋เหรินเจี๋ย” ก็เป็นผู้พิพากษาตงฉินในยุคสมัยของนางเช่นกัน หากต่อมาวาระสุดท้ายของบูเช็กเทียนเดินทางมาถึง หลังจากขุนนางกลุ่มหนึ่งทูลขอให้พระนางมอบอำนาจให้รัชทายาทตามเดิม ซึ่งพระนางเองก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ก่อนจะสวรรคตลงเมื่อพระชนมายุ 80 ชันษา

5. วิถีแห่งอำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถังไท่จง เนื่องเพราะการเกิดก่อของ “อำนาจ” ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ได้มาด้วยความบังเอิญ หากทว่าต้องฟันฝ่าอุปสรรคและมารผจญมากมาย คู่ขนานไปกับการทำความเข้าใจสัจธรรมของมัน ที่สำคัญก็คือ เมื่อได้อำนาจมาครอบครองแล้ว ต้องใช้ “ธรรมเป็นอำนาจ” มิใช่ “อำนาจเป็นธรรม” “วิถีแห่งอำนาจ หลี่ซื่อหมิน ถั่งไท่จง” เขียนโดยปรมาจารย์ด้านวรรณกรรม “เสถียร จันทิมาธร” จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้นักอ่านทั่วไปได้รู้เห็นที่มาของ “อำนาจ” ผ่านการตีพิมพ์ครั้งแรกจาก “หนังสือพิมพ์ข่าวสด” เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ บรรจุความคิด วิธีการ และหลักบริหารชีวิตในการนำมาซึ่งอำนาจของ “หลี่ซื่อหมิน” บุรุษผู้ไม่ยอมสยบต่อความไม่เป็นธรรม เขาเกิดและเติบโตอยู่ในช่วงสุดท้ายของราชวงศ์สุย ซึ่งฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์ดังกล่าวเป็นทรราชย์ กดขี่ราษฎร อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ตระกูลหลี่ต้องพลัดพรากถิ่นที่อยู่ไปเป็นเวลานาน ก่อนจะหันกลับมาตั้งตัวโดยอาศัยเหลี่ยมคิดของหลี่ซื่อหมิน บุกโจมตีนครฉางอาน กำจัดทรราชย์จนเป็นผลสำเร็จ แต่ที่หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าก็คือ การกำจัดบุคคลที่คาดหวังว่าจะเป็นมิตรแต่กลับเป็นศัตรู โดยเฉพาะพี่น้องร่วมสายเลือดที่คอยให้ร้ายเขามาตลอด บีบบังคับให้หลี่ซื่อหมินต้องหวนกลับมา “เอาคืน” จนกลายเป็นการปูทางไปสู่อำนาจไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามและเมื่อเขาได้ก้าวเข้าสู่อำนาจแล้ว หลี่ซื่อหมินในนาม “จักรพรรดิถังไท่จง” ก็ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินโดยการบริหารบ้านเมืองด้วยความเป็นธรรม มีชื่อเสียงเลื่องลือตราบจนทุกวันนี้นับเป็นหนังสือที่นอกจากจะนำรายละเอียดจากประวัติศาสตร์และจากงานวรรณกรรมของนักเขียนท่านอื่นๆ แล้ว ยังเป็นหนังสือที่เปรียบเทียบถึงการบริหารบ้านเมืองในปัจจุบันได้อย่างสอดคล้องอีกด้วย

6. วิถีแห่งอำนาจ สุมาอี้ ในบทบาทที่แท้จริงของการสัประยุทธ์ ไม่ว่าจะด้านการเมือง การบริหาร หรือการสงคราม ทุกค่ายทุกเหล่ามักจะมี “กุนซื้อ” อยู่เบื้องหลัง ในอันที่จะรุก รับ โจมตี ทำการศึกทุกรูปแบบและบทบันทึกการสงครามที่เป็นดุจตำนาน ย่อมหนีไม่ต้นพ้นพงศาวดาร “สามก๊ก” อาจกล่าวได้ว่า “สามก๊ก” ถือกำเนิดมาจาก “เรื่องจริง” ทางประวัติศาสตร์ แต่เมื่อมันถูกเล่าผ่าน “วรรณคดี” ย่อมมีความลำเอียงและอคติเป็นธรรมดา ซึ่งในความเป็นจริงนั้น “ผู้ร้ายในตำนาน” ที่แท้อาจเป็นดุจ “พระเอก” หนังสือ “วิถีแห่งอำนาจ สุมาอี้” ของ “เสถียร จันทิมาธร” จึงอธิบายให้เห็นบทบาทของ “สุมาอี้” ใน “สามก๊ก” โดยอธิบายว่าให้เห็นว่า เหตุใด “คนเก่ง” อย่างสุมาอี้จึงเลือกที่อยู่ข้าง “โจโฉ” สมุหนายกที่มีจิตใจโหดเหี้ยม ตรงข้ามกับขงเบ้งที่อยู่ฝ่ายเล่าปี่ จนทำให้ “สุมาอี้” เป็นฝ่าย “ผู้ร้าย” ในสายตาของนักอ่านวรรณคดีและพงศาวดาร ทว่าตลอดเวลาของการหักเหลี่ยมระหว่าง “สุมาอี้” กับ “ขงเบ้ง” กลับเห็นได้ชัดว่า “สุมาอี้” เป็นสุภาพบุรุษนักรบ เป็นกุนซือที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย จนกระทั่งเมื่อถึงยุคสิ้นสุดของสามก๊ก บทสรุปในชีวิตของเขาประสบความสำเร็จยิ่งกว่าขงเบ้ง หนังสือเล่มนี้ จึงเผยให้เห็นความสุขุมนุ่มลึกของชายคนหนึ่งซึ่งเป็นบุรุษผู้อยู่เบื้องหลังการกำชัยชนะ แม้จะเคยพลาดท่าให้แก่ข้าศึกมาบ้าง แต่เมื่อประมวลความสำเร็จทั้งชีวิต นายทหารอย่าง “สุมาอี้” กลับพบความสำเร็จที่ “เหนือกว่า”

7. วิถีแห่งอำนาจซูสีไทเฮา หากกล่าวถึงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ถ้าจะมุ่งเน้ยไปที่แดนมังการอันกว้างไกลไม่ว่าทั้งโลกตะวันตก และ โลกตะวันออกต่างต้องยอมรับบทบาทของ " พระนางซูสีไทเฮา " แม้เมื่อพูดถึงพระนางอาจไม่ใช่คำสรรเสริญทว่าทุกฝ่ายต่างก็ตระหนัก ถึงอำนาจของพระนาง

ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น

ปก อ่อน
กระดาษ กระดาษกรีนรีด
ISBN 97897402154172
น้ำหนัก 3285.0000

Tags สินค้า

ใช่ช่องว่างแบ่ง tag. ใช้ single quotes (') สำหรับคำพูด.

[profiler]
Memory usage: real: 37224448, emalloc: 36598536
Code ProfilerTimeCntEmallocRealMem