เด็กจุดเทียนและน้ำแอปเปิ้ล
|
|
|
|
| ที่มา : สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
คอลัมน์ร่มรื่นในเงาคิด นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์
ฉบับที่ ๑๑๒๔ ประจำวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
วันมาฆบูชาที่ผ่านมา
ไปเป็น "ผู้สังเกตการณ์" การปฏิบัติธรรมที่ "เสถียรธรรมสถาน"
ช่วงค่ำก่อนเวียนเทียน แม่ชีศันศนีย์ นำสวดมนต์ที่ลานดิน แล้วได้ เรียก--ใช้คำว่าเรียกคงไม่ถูกนัก น่าจะเป็นการ "เชิญ" เด็กๆ มากกว่า มาร่วมจุดเทียนร่วมร้อยดวงที่วางเป็น "ทางโค้ง" สู่เนินดิน
ก่อนที่ แม่ชีศันศนีย์ จะให้จุดเทียน ได้ให้เด็กๆ หลายสิบคนที่อาสาสมัครมานั่งลงบนสนามหญ้า ปรากฏว่า หลายๆ คนนั่งไม่เต็มก้น คงจะกลัวเปื้อน
แม่ชีศันสนีย์จึงขอให้ทุกคนนั่งลงใหม่ นั่งให้แนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับฝืนหญ้า ดิน-หญ้า-คน เป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วให้เด็กๆ อยู่กับลมหายใจเข้า-ออกของตัวเอง ด้วยการเปิดเพลงร่วมกำกับการ "อยู่กับตัวเอง" อย่างอ่อนโยน
เด็กๆ หลายสิบคนที่อึกทึกก่อนหน้านี้ สงบเงียบลงน่าประหลาด
แม่ชีศันศนีย์จึงให้รางวัลกับการอยู่กับตัวเองของเด็กๆ ด้วยการให้ทุกคนยิ้ม--ยิ้มอย่างเบิกบาน ให้แก่ตัวเองและพ่อแม่ที่อยู่รายรอบ
แล้วจากนั้น แสงเทียนจากฝีมือของเด็กก็สว่างวอมแวมขึ้นท่ามกลางความ "สงบ-เงียบ" กลายเป็นทางสว่างของเทียน ที่งดงาม
แม่ชีศันสนีย์ขอให้พ่อแม่และผู้ใหญ่ในที่นั่น "ปรบมือด้วยความเงียบ" โดยโบกมือไปมาในอากาศ ให้เด็กๆ
ทุกอย่างเคลื่อนไหว แต่เป็นความเคลื่อนไหวที่สงบเงียบ
มีเพียงจักจั่นเท่านั้น ที่กรีดเสียงดังสนั่น
ก่อนหน้าไปสังเกตการณ์ที่ เสถียรธรรมฯ อ่านหนังสือ "ดวงตะวัน ดวงใจฉัน" ของท่าน ติช นัท ฮันห์ ที่วิศิษฐ์ วังวิญญู แปล
ได้บรรยากาศที่สอดคล้องกันอย่างยิ่งกับเย็นย่ำของวันมาฆบูชา ณ ลานดิน ของเสถียรธรรมสถานนั้น
คือแม้ เราจะเป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์" แต่ก็ได้ สัมผัส กับความรู้สึก "สงบ" ที่ส่งผ่านมาจากเด็กๆ ถึงเราได้
ในหนังสือ "ดวงตะวัน ดวงใจฉัน" ท่านติช นัท ฮันห์ เช่นกัน มีการกล่าวถึง "เด็ก" และเป็น "เด็ก" ที่สามารถส่งผ่าน "ความสงบ" มาถึงเราได้เช่นกัน
เธอชื่อ "ตันห์ตุย"
ท่านติช นัท ฮันห์ เล่าว่า "เธอเป็นเด็กที่มาจาก เรือ ตอนที่มาอายุไม่ถึงสี่ขวบครึ่ง ข้ามทะเลจากเวียดนามมาถึงมาเลเซียกับพ่อของเธอ ในเดือนเมษายนของปีนั้น แม่ของเธอยังอยู่ที่เวียดนาม เมื่อพ่อของเธอมาถึงฝรั่งเศส เขาก็ได้ฝากตุยไว้กับฉันเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนตัวเขาได้เดินทางออกไปหางานทำที่ปารีส
ฉันสอนให้เธอรู้จักอักขระเวียดนาม ตลอดจนเพลงพื้นบ้านที่นิยมกันในประเทศของเรา เธอเป็นเด็กฉลาดมาก ภายในเวลา 2 สัปดาห์ เธอสามารถสะกดตัวอักษรได้ และสามารถอ่าน อาณาจักรของคนโง่ (The kingdom of fools) ของ ลีโอ ตอลสตอย ซึ่งฉันแปลจากภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาเวียตนามได้"
"ตันห์ตุย" ที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของสงครามเวียดนามจึงเป็นเด็กที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ท่าน ติช นัท ฮันห์ เล่าอีกว่า
"วันหนึ่ง มีเด็กเล็กๆ สามคน เด็กหญิงคนหนึ่ง เด็กชายสองคน มาจากหมู่บ้านเพื่อมาเล่นกับตันห์ตุย
เด็กทั้งสี่พากันไปวิ่งเล่นที่เชิงเขาหลังบ้าน สักชั่วโมงหนึ่ง แล้วพากันวิ่งกลับมาเพื่อขออะไรดื่มแก้กระหาย
ฉันหยิบน้ำแอปเปิ้ลทำเองขวดสุดท้ายออกมารินให้เด็กคนละหนึ่งแก้วเต็มๆ ตุยเป็นคนสุดท้ายที่ได้น้ำแอปเปิ้ลที่มีเยื่อตะกอนของเนื้อแอปเปิ้ลอยู่ในนั้นด้วย
เมื่อเธอเห็นเยื่อตะกอนของเนื้อแอปเปิ้ลในแก้ว เธอทำปากจู๋ยื่นออกมาแล้วปฏิเสธที่จะดื่ม จากนั้นเด็กทั้งสี่คนก็กลับไปเล่นสนุกกันที่เชิงเขาอีก
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง เมื่อฉันนั่งสมาธิในห้องของตัวเอง ได้ยินเสียงตุยร้องเรียก เธอต้องการจะได้น้ำเย็นๆ ดื่มสักแก้ว ตอนแรกเธอพยายามเขย่งเท้า แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมมือถึงก๊อกได้ ฉันบอกให้เธอกลับไปดื่มน้ำแอปเปิ้ลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเสียก่อน
เมื่อเธอหันไปมอง และเห็นเยื่อเนื้อแอปเปิ้ลตกตะกอนนอนก้นหมดแล้ว แลดูใสน่ารับประทาน เธอจึงยอมดื่ม
เมื่อดื่มไปครึ่งแก้ว เธอก็ถามขึ้นว่า นี่เป็นคนละแก้วกับตะกี้หรือเปล่าคะ หลวงลุง เปล่า ฉันตอบ มันเป็นแก้วเดียวกับแก้วก่อนนั่นแหละ ปล่อยให้มันนิ่งเงียบสักประเดี๋ยว มันก็ใสและน่าดื่ม
ตุยหันไปมองดูแก้วอีก อร่อยจังเลย มันนิ่งเป็นสมาธิเหมือนหลวงลุงหรือเปล่าคะ ฉันหัวเราะและตบหัวเธอเบาๆ จะว่าหลวงลุงเลียนแบบน้ำแอปเปิ้ลก็ได้นะ ใกล้ความจริงมากเลยทีเดียว
ทุกๆ คืน ฉันจะนั่งสมาธิ เธอนอนใกล้ๆ ที่ฉันนั่งสมาธิ มีการตกลงกันว่า เวลาฉันนั่งสมาธิ เธอจะเข้านอนโดยไม่พูดอะไรอีก ในบรรยากาศที่สงบสุขนั้น เธอจะนอนหลับลงได้อย่างง่ายดาย ภายในเวลา 5 หรือ 10 นาทีเท่านั้น
เมื่อฉันเสร็จกิจ ฉันก็จะเอาผ้าห่มคลุมตัวให้เธอ
ทุกๆ คืน ตันห์ตุยจะเห็นฉันนั่งสมาธิ ฉันบอกเธอว่า ฉันกำลังนั่งสมาธิ โดยไม่เคยอธิบายความหมายหรือบอกถึงเหตุผลของการนั่ง
ทุกๆ คืนที่เธอเห็นฉันล้างหน้า สวมจีวร และจุดธูปเพื่อให้ห้องมี กลิ่นหอม เธอก็รู้ว่าในไม่ช้าฉันเริ่มทำสมาธิ เท่ากับเป็นสัญญาณเตือนให้เธอรู้ว่า เป็นเวลาที่เธอจะแปรงฟัน เปลี่ยนชุดนอนและเข้าเตียงนอน ฉันไม่เคยต้องบอกกล่าวเธอเลย
ไม่ต้องสงสัยเลย ตุยคงจะต้องคิดว่า น้ำแอปเปิ้ลต้องการนั่งนิ่งลงชั่วครู่เพื่อทำตนเองให้ใส เช่นเดียวกับที่หลวงลุงนั่งสมาธิ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ถามว่า มันนั่งสมาธิเหมือนหลวงลุงหรือเปล่า
ฉันคิดว่าตันห์ตุย อายุสี่ขวบครึ่ง เข้าใจความหมายของสมาธิโดยไม่ต้องอธิบาย น้ำแอปเปิ้ลใสขึ้นโดยวางไว้นิ่งๆ สักครู่ ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราพักนิ่งในสมาธิสักครู่ เราก็เริ่มแจ่มใส ความแจ่มใสนี้ทำให้เราสดชื่น มีพลังและมีความสงบเยือกเย็น เมื่อเรารู้สึกสดชื่น สิ่งแวดล้อมรอบตัวก็พลอยสดชื่นไปด้วย เด็กๆ ก็อยากอยู่ใกล้ๆ เรา ไม่ใช่เพราะต้องการขนมหวานและฟังนิทานเท่านั้น
พวกเขาอยากมาอยู่ใกล้ๆ เรา เพราะพวกเขาย่อมรับรู้ถึงความสดชื่นนั้นได้"
ภาพเด็กจุดเทียน ที่เสถียรธรรมสถาน กับ ตันห์ตุย ของท่านติช นัท ฮันห์ แม้จะ "ไร้เดียงสา" แต่สิ่งที่พวกเขาแสดงออกมา กลับทำให้ผู้ใหญ่อย่างเรารู้สึก "สงบ"
สงบเหมือน ย่อหน้าสุดท้ายของท่าน ติช นัท ฮันห์ ในบทที่ว่าด้วยน้ำแอปเปิ้ลของตันห์ตุย ที่ว่า
"คืนนี้มีแขก
ฉันเทน้ำแอปเปิ้ลแก้วสุดท้าย แล้วเอามันวางไว้บนโต๊ะกลางห้องสมาธิ
ตุยนอนหลับสนิทไปแล้ว
ฉันชวนเพื่อนของฉันให้นั่งอย่างเงียบสงบ
ดุจดั่งน้ำแอปเปิ้ล"
|
| |
|
|
|
|
|