Home Sign In  = 0  
www.matichonbook.com

บนเตียงมืดๆ อาจมีบางคนไม่นอน (แพดดี้ คลาร์ก ฮา ฮา ฮา)

มติชนสุดสัปดาห์ 6 ธันวาคม 2545

บนเตียงมืดๆ อาจมีบางคนไม่นอน สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร "แพดดี้ คลาร์ก ฮา ฮา ฮา" ของ รอดดี้ ดอยล์ นักเขียนชาวไอร์แลนด์ แปลเป็นภาษาไทย โดย นารียา แม้จะมีเสียง ฮา ฮา ฮา ต่อท้ายก็ตาม แต่อ่านแล้วกลับรื้นๆ ที่ตา ทั้งๆ ที่ตลอดเรื่อง มันอึกทึกครึกโครมด้วยพฤติกรรมทโมนของ เจ้าหนู "แก่แดด" แพดดี้ คลาร์ก วัย 10 ขวบ ซึ่งต้องชม ผู้เขียน "รอดดี้ ดอยล์" ที่สามารถสะท้อนบุคคลลิก ความรู้สึกเด็กออกมาได้สมจริงมาก ทำให้ระหว่างอ่าน เหมือนมีเด็กฝูงใหญ่ที่ซนมหาวายร้ายวิ่งเพ่นพ่านอยู่รอบตัว อันนี้สำคัญ เพราะหนังสือเยาวชนหลายๆ เรื่องสร้างเด็กแบบไม่ใช่เด็ก คือเป็นผู้ใหญ่ที่แฝงมาในตัวเด็ก เพื่อเทศน์ปัญหาครอบครัวให้เราฟัง ซึ่งมันไม่จับใจ ผิดกับเรื่องนี้ ที่มุมมอง ซึ่งผ่านสายตาของเด็ก 10 ขวบ เป็นมุมของเด็ก 10 ขวบจริงๆ ซน สับสน วุ่นวาย ด้วยอยู่ระหว่างข้อต่อของการก้าวจากเด็กสู่วัยรุ่น ที่เริ่ม "รู้เรื่อง" และไวต่อสิ่งรอบข้างอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เขาก็ไม่บังอาจที่จะแก้ปัญหาหรือเผชิญกับเหตุการณ์ที่มากระทบอย่างผู้ใหญ่ได้ เขามีขบวนการแก้ปัญหาของตัวเองอยู่ชุดหนึ่ง เป็นชุดที่ท้าทายผู้ใหญ่ โดยเฉพาะพ่อแม่ ที่ต้องมองและเข้าใจให้ทะลุ เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้พ่อแม่ตีโจทย์ผิด ซึ่ง การตีโจทย์ผิดนี้เอง นำไปสู่การสร้างปัญหาใหม่อันเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ก่อให้เกิดปัญหาอย่างที่เรารับทราบกันมากมาย กระนั้น การจะตีโจทย์ได้ถูกในทุกกรณีก็เป็นเรื่องยาก คงต้องเอาใจใส่และเรียนรู้จากกันและกันสูงมาก ที่เราเป็นตัวตนมาได้จนถึงวันนี้ แม้จะกระท่อนกระแท่น แต่ก็ต้องถือว่าโชคดีที่ ตัวเรา และพ่อแม่ สามารถทำโจทย์ถูกได้มากกว่าผิด ตอนนี้ ก็เป็นภาระเราบ้างที่จะต้องไปตีโจทย์ของลูก ที่กำลังเติบโตขึ้นมาทุกขณะ ซึ่งก็ได้แต่ภาวนาว่า การตีโจทย์ของเรา คงถูกมากกว่าผิดนะ ท่ามกลางความ ทโมน ของ แพดดี้ คลาร์ก วันหนึ่ง เขาก็เริ่มจับอะไรได้บางอย่างในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ "พวกเขาเอาแต่พูดอย่างเดียวซ้ำๆ กัน - ฉันเปล่า - เธอนั่นแหละทำ - ฉันเปล่า - เธอนั่นแหละทำ" แพดดี้ คลาร์ก บอกกับตัวเองว่า "ผมเป็นคนเดียวที่รู้ - - รู้ดีกว่าพวกเขาเสียอีก - - พวกเขาทะเลาะกัน สิ่งเดียวที่ผมทำได้ก็คือดู ผมให้ความสนใจกับมันมากกว่าพวกเขา เพราะพวกเขาเอาแต่พูดอย่างเดียวซ้ำๆ กัน" "ผมอยากให้คนใดคนหนึ่งพูดอย่างอื่นมั่ง - - -เฝ้ารอ - - - พวกเขาเริ่มกันอีกรอบ...ผมทำได้ตอนนี้ก็คือฟังแล้วก็ตั้งความหวัง ผมไม่ได้ภาวนา มันไม่มีบทภาวนาสำหรับงานนี้ มันไม่เหมาะกับสถานการณ์ถ้าเราจะสวดข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า แต่ผมโยกตัวไปมาเหมือนภาวนาบทสวดขอบคุณพระเจ้าก่อนอาหารเป็นบทสวดที่สวดได้เร็วที่สุด บางทีอาจเป็นเพราะพวกเราอาจหิว อยากกินข้าวกลางวันเต็มที ผมโยกตัว...(เพื่อให้พวกเขา) หยุด หยุด หยุด (ทะเลาะกันเสียที)" เมื่อ พ่อแม่ เริ่มทะเลาะ แพดดี้ คลาร์ก ก็เริ่มโยกตัว โยกๆ ๆ นั่นคือโจทย์ที่ แพดดี้ คลาร์ก โยนให้พ่อแม่แก้ หลังจากเขาสัมผัสความไม่ปกติในความสัมพันธ์ของคน 2 คนที่เขารัก ซึ่งมันก็ได้ผลบ้าง เพราะการโยกตัวดังกล่าวทำให้พ่อแม่หันมาสนใจเขา "(โยกตัวทำไม) - ลูกต้องไปห้องน้ำหรือเปล่า - ไม่ - แล้วงั้นเป็นอะไร - ไม่เป็นอะไร - งั้นก็หยุดโยกตัวเหมือนเด็กปัญญาอ่อนเสียที" แม้การโยกตัวจะได้ผล แต่มันก็ไม่ตลอด เพราะ สถานการณ์มันกลับเลวร้ายขึ้นไปเรื่อยๆ "แล้ว(วันหนึ่ง) ผมก็ได้ยินเสียงดังผัวะ แล้วก็เงียบ...เสียงประตูครัวเปิดดังวี้ด แม่เดินออกมาและเลี้ยวขึ้นบันไดไปข้างบน ผมนึกออกแล้วว่า เสียงผัวะนั่นเป็นเสียงอะไร - -ผมได้ยินเสียงปิดประตูห้องนอน พ่ออยู่คนเดียวในห้องครัว ไม่เดินออกมา..." จากนั้น แพดดี้ คลาร์ก ก็คอยเฝ้าดูตลอดเวลา "ผมคอยเงี่ยหูฟัง ผมไม่ออกไปไหน ผมจะคอยเฝ้าแม่ผม ผมไม่รู้ว่าผมควรทำยังไง รู้แต่ว่าถ้าผมอยู่บ้าน พ่อคงไม่ตีแม่อีก ผมทำได้แค่นั้น ผมพยายามไม่หลับ คอยเงี่ยหูฟัง ผมเข้าไปในห้องน้ำวักน้ำเย็นใส่ชุดนอนให้เปียกจะได้ตื่น ชุดนอนเปียกๆ จะไม่ทำให้รู้สึกอุ่นสบายและเผลอหลับ ผมแง้มประตูไว้นิดนึง คอยฟังเสียง ผมแกล้งทำการบ้านช้าๆ เพื่อผมจะอยู่ดึกๆ ได้ ผมนั่งคัดเรื่องจากหนังสืออ่านอังกฤษของผมเป็นหน้าๆ ทำเป็นว่ามันเป็นการบ้าน ผมนั่งท่องศัพท์ที่ครูไม่ได้สั่ง แม่ดูกระดาษที่ผมคัดเสร็จแล้ว - ลูกลอกมันทำไมหรือจ๊ะ - คัดลายมือฮะ - อ๋อ ดีจ๊ะ ผมนั่งลอกศัพท์บนโต๊ะในครัว แม่เอาพวกเด็กผู้หญิงขึ้นไปนอน พ่ออยู่ในห้องเดียวกับผม ผมก็เลยแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ผมจึงสนุกกับการลอกเรื่อง ในหนังสือออกมา - ผมชอบ" อ่านมาถึงตอนนี้ อย่างที่บอกว่าตามันรื้นๆ นึกภาพที่เด็กนั่งลอกๆ ๆ ๆ ตัวหนังสือเป็นหน้าๆ - -ทำเหมือนชอบมันเต็มปะดา แต่จริงๆ มันเป็นสิ่งที่เขาทำด้วยหวังว่ามันจะเรียกร้องความสนใจจากพ่อ-แม่ ด้วยเชื่อว่า "พ่อคงจะไม่ตีแม่อีก" จากความรู้สึกที่ว่า เมื่อเขาอยู่ตรงนั้น พ่อจะไม่ตีแม่ ทำให้ แพดดี้ คลาร์ก เริ่มไม่ยอมนอน "ผมคอยระวัง คอยดูว่าพวกเขาไม่ทะเลาะกันอีก... มันเป็นทางเดียวที่ผมทำได้ - - ไม่นอน ผมจัดมุมมุมหนึ่งที่เตียง แล้วนั่งในความมืด พยายามไม่ให้ตัวเองหลุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม ผมเอาหัวโขกกำแพงแรงๆ หยิกตัวเอง พยายามหาทางทำให้ไม่หลับ ผมเข้าไปในห้องน้ำทำเสื้อนอนให้เปียก จะได้หนาว และก็ไม่หลับ ไก่ขัน ผมย่องไปที่หน้าประตูของพวกเขา กลั้นหายใจและแอบฟัง ผมได้ยินเสียงหายใจของพวกเขา - -ของพ่อเสียงดัง ของแม่ตามมา - - ผมเดินจากประตู เริ่มหายใจ แล้วผมก็ร้องไห้" อ่านมาถึงตรงนี้ คนที่เป็นพ่อแม่ ที่อาจกำลังระหองระแหงกัน และรู้สึกว่าการระหองระแหงนั้นเป็น "เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว" จริงๆ แล้วอาจไม่ใช่ เพราะ มุมมุมหนึ่งของเตียงในความมืด อาจมีใครคนหนึ่งนั่งถ่างตาเพื่อคอยเงี่ยหูฟังว่า ในอีกห้อง พ่อแม่ทะเลาะกันหรือเปล่า...

ชื่อผู้ฝากข่าว :
เมล์ผู้ฝากข่าว :
ข่าวประชาสัมพันธ์ :
 

E-mail : matichonbook@matichon.co.th
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved. Design by Matichon Information Center.